สต๊อกไม่ตรง ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่มันคือเงินที่กำลังหายไป
เคยไหมที่ระบบบอกว่าสินค้ายังมี แต่พอจะขายจริงกลับหาไม่เจอ หรือคลังบอกว่าของหมด ทั้งที่ท้ายสุดไปเจออยู่ในมุมหนึ่งของโกดัง ปัญหา “สต๊อกไม่ตรง” อาจดูเหมือนเรื่องเล็กในงานปฏิบัติการ แต่สำหรับผู้บริหารหรือ IT Manager นี่คือสัญญาณว่าเงินสด กำไร และโอกาสทางธุรกิจกำลังรั่วไหลอยู่ทุกวัน
บทความนี้จะพาคุณมองปัญหาสต๊อกไม่ตรงในมุมของระบบ ERP และแนะนำว่า Odoo Inventory รวมถึง Odoo Module ที่เกี่ยวข้อง สามารถช่วยให้ธุรกิจควบคุมสต๊อกได้แม่นยำขึ้น ลด Data Silos และตัดสินใจจากข้อมูลจริงได้อย่างไร
สต๊อกไม่ตรง ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่มันคือเงินที่กำลังหายไป
ปัญหา “สต๊อกไม่ตรง” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการนับของผิด เอกสารตกหล่น หรือพนักงานคีย์ข้อมูลช้าเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่กระทบโดยตรงต่อกำไร กระแสเงินสด และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีคลังสินค้า หลายสาขา ช่องทางขายออนไลน์ หน้าร้าน หรือกระบวนการผลิตเข้ามาเกี่ยวข้อง
ในหลายองค์กร ผู้บริหารมักเห็นตัวเลขสต๊อกจาก Excel, POS, WMS หรือระบบบัญชีแยกกันคนละชุด ฝ่ายขายเห็นว่ามีสินค้า ฝ่ายขายจึงรับออเดอร์ แต่คลังกลับบอกว่าของไม่มี ฝ่ายจัดซื้อเห็นว่าสินค้าใกล้หมดจึงสั่งซื้อเพิ่ม ทั้งที่ของจริงยังค้างอยู่ในคลังอีกจำนวนมาก สถานการณ์แบบนี้คือ Data Silos ที่ทำให้ข้อมูลไม่เชื่อมกัน และทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจผิดพลาดโดยไม่รู้ตัว
ระบบ ERP อย่าง Odoo จึงไม่ได้เข้ามาเป็นเพียงโปรแกรมสต๊อกสินค้า แต่เป็นระบบกลางที่เชื่อมกระบวนการขาย จัดซื้อ คลังสินค้า บัญชี ผลิต และรายงานผู้บริหารไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เมื่อข้อมูลสินค้าเคลื่อนไหวแบบ Real-time โอกาสที่สต๊อกจะคลาดเคลื่อนก็ลดลง และธุรกิจสามารถมองเห็นต้นทุนที่แท้จริงได้ชัดเจนขึ้น
สต๊อกไม่ตรงคืออะไร และทำไมถึงอันตรายกว่าที่คิด
สต๊อกไม่ตรง หมายถึงจำนวนสินค้าที่บันทึกอยู่ในระบบไม่เท่ากับจำนวนสินค้าจริงที่มีอยู่ในคลัง หน้าร้าน หรือพื้นที่จัดเก็บ อาจเป็นได้ทั้งกรณีที่ระบบแสดงว่ามีมากกว่าของจริง หรือระบบแสดงว่าน้อยกว่าของจริง ซึ่งทั้งสองแบบล้วนส่งผลเสียต่อธุรกิจ
หากระบบแสดงว่าสินค้ามีมากกว่าของจริง ปัญหาที่ตามมาคือ
- ฝ่ายขายรับออเดอร์ลูกค้าได้ แต่ส่งของไม่ได้
- เกิด Stockout โดยไม่ทันตั้งตัว
- ลูกค้าขาดความเชื่อมั่น เพราะของที่สัญญาไว้ไม่มีส่ง
- เสียยอดขายให้คู่แข่ง
- ต้องเร่งจัดซื้อหรือเร่งผลิตแบบเร่งด่วนจนต้นทุนสูงขึ้น
แต่ถ้าระบบแสดงว่าสินค้ามีน้อยกว่าของจริง ธุรกิจก็เจอปัญหาอีกแบบ เช่น
- สั่งซื้อสินค้าเพิ่มโดยไม่จำเป็น
- เงินสดจมอยู่ในสินค้าคงคลัง
- คลังแน่น พื้นที่จัดเก็บไม่พอ
- สินค้าเสื่อมสภาพ หมดอายุ หรือล้าสมัย
- ต้นทุนถือครองสินค้าเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
พูดง่าย ๆ คือ สต๊อกที่ไม่ตรงทำให้คุณไม่รู้ว่าธุรกิจมีทรัพย์สินอยู่เท่าไร ต้นทุนขายจริงเป็นเท่าไร และควรตัดสินใจอย่างไรต่อไป นี่คือเหตุผลที่หลายบริษัทเริ่มมองหาระบบ ERP หรือ Odoo Implementation เพื่อจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง
เงินหายไปทางไหน เมื่อข้อมูลสต๊อกไม่แม่นยำ
หลายคนอาจคิดว่าสต๊อกไม่ตรงเป็นเรื่องที่แก้ได้ด้วยการตรวจนับปลายเดือน แต่ในเชิงการเงิน ความคลาดเคลื่อนของสินค้าคงคลังสร้างความเสียหายได้มากกว่านั้น เพราะสินค้าคงคลังคือสินทรัพย์หมุนเวียนที่ผูกกับต้นทุนขาย กำไรขั้นต้น และกระแสเงินสดของบริษัท
เมื่อตัวเลขสินค้าคงเหลือปลายงวดไม่ถูกต้อง ตัวเลขต้นทุนขายก็ผิดตามไปด้วย หากต้นทุนขายผิด กำไรขั้นต้นก็ผิด รายงานผู้บริหารผิด และการวางแผนภาษีหรือบัญชีบริหารก็อาจคลาดเคลื่อนทั้งหมด
1. ยอดขายหายจาก Stockout
กรณีคลาสสิกคือระบบแจ้งว่าสินค้ายังมี แต่พอถึงขั้นตอนหยิบของกลับพบว่าไม่มีสินค้า ลูกค้าอาจยกเลิกคำสั่งซื้อ เลือกซื้อกับคู่แข่ง หรือไม่กลับมาซื้ออีก ความเสียหายจึงไม่ได้มีแค่ยอดขายครั้งนั้น แต่รวมถึง Customer Lifetime Value ที่หายไปในอนาคตด้วย
2. เงินสดถูกแช่ใน Overstock
ในทางกลับกัน ถ้าระบบคิดว่าสินค้าน้อยกว่าความจริง ทีมจัดซื้ออาจสั่งซื้อเพิ่มโดยไม่จำเป็น สินค้ากองอยู่ในคลังมากเกินไป เงินสดที่ควรนำไปหมุนในธุรกิจ เช่น การตลาด การขยายทีม หรือการพัฒนาสินค้าใหม่ กลับถูกแช่ไว้ในสินค้าที่ขายไม่ออก
3. ต้นทุนคลังสินค้าเพิ่มขึ้น
สินค้าที่เกินความต้องการทำให้ธุรกิจต้องใช้พื้นที่จัดเก็บมากขึ้น เพิ่มค่าเช่า ค่าดูแล ค่าประกันภัย ค่าแรงงาน และความเสี่ยงจากสินค้าชำรุดหรือสูญหาย ยิ่งธุรกิจมีหลายคลังหรือหลายสาขา ความซับซ้อนยิ่งสูงขึ้น ถ้าไม่มีระบบ ERP ที่เชื่อมข้อมูลแบบ Real-time การควบคุมต้นทุนจะยิ่งยาก
4. ผู้บริหารตัดสินใจจากข้อมูลที่ไม่จริง
รายงาน Inventory Turnover, Gross Margin, Reorder Point หรือ Demand Forecast จะไม่มีประโยชน์ หากข้อมูลตั้งต้นผิด ผู้บริหารอาจคิดว่าสินค้าบางหมวดขายดี ทั้งที่เป็นเพราะบันทึกรับเข้าไม่ครบ หรืออาจสั่งหยุดขายสินค้าบางตัว ทั้งที่ของจริงมีปัญหาสต๊อกหลุดจากระบบ ไม่ใช่ยอดขายตกจริง
สาเหตุหลักที่ทำให้สต๊อกไม่ตรง
ก่อนจะแก้ปัญหา เราต้องเข้าใจก่อนว่าสต๊อกไม่ตรงมาจากอะไร โดยสาเหตุที่พบบ่อยในธุรกิจไทยมีหลายข้อ
- ใช้ Excel หลายไฟล์ หลายเวอร์ชัน: แต่ละแผนกมีไฟล์ของตัวเอง ทำให้ข้อมูลไม่อัปเดตพร้อมกัน
- รับเข้าและจ่ายออกไม่ Real-time: ของถูกหยิบ ส่ง โอน หรือคืนแล้ว แต่ระบบยังไม่ถูกอัปเดต
- ไม่มี Barcode หรือ Lot Tracking: ทำให้หยิบผิดรุ่น ผิด Lot หรือผิด Serial Number ได้ง่าย
- กระบวนการอนุมัติไม่ชัดเจน: การโอนสินค้า การเบิกใช้ภายใน หรือการตัดเสียไม่มี Workflow ที่ตรวจสอบได้
- ข้อมูลขาย จัดซื้อ บัญชี และคลังไม่เชื่อมกัน: เป็น Data Silos ที่ทำให้แต่ละแผนกเห็นคนละความจริง
- ไม่มี Cycle Count อย่างต่อเนื่อง: รอจนถึงปลายปีค่อยนับ ทำให้เจอปัญหาช้าเกินไป
เมื่อรวมทุกปัจจัยเข้าด้วยกัน สต๊อกไม่ตรงจึงไม่ใช่ความผิดของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของระบบการทำงาน หากองค์กรยังใช้เครื่องมือที่ไม่เชื่อมต่อกัน ปัญหานี้ก็จะกลับมาเรื่อย ๆ แม้จะตรวจนับใหม่กี่ครั้งก็ตาม
Odoo ERP ช่วยแก้ปัญหาสต๊อกไม่ตรงได้อย่างไร
Odoo เป็นระบบ ERP แบบ Modular ที่มีจุดเด่นคือสามารถเริ่มจาก Module สำคัญก่อน แล้วค่อยขยายไปยังส่วนอื่นของธุรกิจได้ เช่น Inventory, Sales, Purchase, Accounting, Manufacturing, Barcode และ Point of Sale โดยทุก Module ใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน ทำให้ข้อมูลไหลต่อเนื่องตั้งแต่ใบเสนอราคาไปจนถึงการส่งของและบันทึกบัญชี
Odoo Inventory: หัวใจของการควบคุมสต๊อก
Odoo Inventory ช่วยให้ธุรกิจจัดการคลังสินค้าได้เป็นระบบมากขึ้น ตั้งแต่การรับสินค้าเข้า การจัดเก็บ การโอนย้าย การหยิบสินค้า การแพ็กสินค้า ไปจนถึงการส่งสินค้าออก จุดสำคัญคือทุกการเคลื่อนไหวของสินค้าเกิดเป็น Stock Move ที่ตรวจสอบย้อนหลังได้
ฟีเจอร์ที่ช่วยลดสต๊อกไม่ตรง ได้แก่
- Real-time Inventory Update เมื่อมีการขาย ซื้อ ผลิต หรือโอนสินค้า
- Multi-Warehouse Management รองรับหลายคลัง หลายสาขา หรือหลาย Location
- Barcode Scanning ลดความผิดพลาดจากการคีย์มือ
- Lot และ Serial Number Tracking เหมาะสำหรับสินค้าอายุสั้น อุตสาหกรรมอาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- Reordering Rules กำหนดจุดสั่งซื้ออัตโนมัติ ลดทั้ง Stockout และ Overstock
- Inventory Adjustment และ Cycle Count ตรวจนับเฉพาะจุดได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องรอปลายปี
Odoo Sales และ Purchase: เชื่อมหน้าบ้านกับหลังบ้าน
เมื่อทีมขายสร้าง Sales Order ใน Odoo ระบบสามารถตรวจสอบ Available Quantity ได้ทันที ทำให้ฝ่ายขายรู้ว่าสินค้าพร้อมส่งหรือไม่ ไม่ต้องโทรถามคลังหลายรอบ เมื่อยืนยันการขาย ระบบจะส่งข้อมูลไปยังคลังเพื่อเตรียมหยิบสินค้าโดยอัตโนมัติ
ในฝั่งจัดซื้อ Odoo Purchase สามารถเชื่อมกับ Reordering Rules เพื่อสร้าง Purchase Order เมื่อสินค้าต่ำกว่าระดับที่กำหนด ช่วยให้จัดซื้อไม่ต้องเดาจากความรู้สึก แต่ใช้ข้อมูลจริงจากระบบ ERP เป็นฐานการตัดสินใจ
Odoo Accounting: ทำให้มูลค่าสต๊อกสะท้อนบัญชีจริง
หนึ่งในข้อดีของ Odoo Implementation ที่ออกแบบดี คือการเชื่อม Inventory กับ Accounting เมื่อมีการรับสินค้า ส่งสินค้า หรือปรับปรุงสต๊อก ระบบสามารถบันทึกมูลค่าทางบัญชีได้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวจริง ช่วยให้ต้นทุนขายและมูลค่าสินค้าคงเหลือแม่นยำขึ้น
สำหรับผู้บริหาร นี่หมายถึงการเห็น Gross Margin ที่น่าเชื่อถือกว่าเดิม และสำหรับทีมบัญชี นี่ช่วยลดเวลาปรับกระทบยอดระหว่างสต๊อกกับบัญชีในช่วงปิดงบ
Odoo Manufacturing: ลดความคลาดเคลื่อนในวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป
ถ้าธุรกิจของคุณมีการผลิต ปัญหาสต๊อกไม่ตรงจะซับซ้อนขึ้น เพราะต้องควบคุมทั้งวัตถุดิบ งานระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป Odoo Manufacturing หรือ MRP ช่วยเชื่อม Bill of Materials, Work Order และ Inventory เข้าด้วยกัน เมื่อผลิตจริง ระบบสามารถตัดวัตถุดิบและรับสินค้าสำเร็จรูปกลับเข้าคลังได้อย่างเป็นระบบ
ตัวอย่าง Use Case จากคลังวุ่นวายสู่ข้อมูลสต๊อกที่เชื่อถือได้
ลองนึกถึงบริษัทจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่มี 3 คลังและขายผ่านทั้งเซลส์ หน้าร้าน และ Marketplace เดิมทีแต่ละช่องทางใช้ระบบแยกกัน ทีมคลังต้องรวมยอดจาก Excel ทุกเย็น ทำให้ข้อมูลล่าช้าเสมอ ปัญหาที่เจอบ่อยคือรับออเดอร์เกินของจริง สินค้าบางตัวหมดโดยไม่รู้ตัว และบาง SKU กลับค้างเต็มคลัง
หลังจากทำ Odoo Implementation โดยเริ่มจาก Odoo Inventory, Sales, Purchase และ Barcode ทีมงานสามารถสแกนรับสินค้าเข้า สแกนหยิบสินค้า และโอนสินค้าระหว่างคลังได้แบบ Real-time ฝ่ายขายเห็นจำนวนพร้อมขายจากระบบเดียวกัน ฝ่ายจัดซื้อใช้ Reordering Rules ช่วยวางแผนสั่งซื้อ ส่วนผู้บริหารเห็น Dashboard ว่าสินค้าไหนหมุนเร็ว สินค้าไหนควรลดสต๊อก
ผลลัพธ์ที่มักเกิดขึ้นหลังปรับกระบวนการคือ การนับสต๊อกใช้เวลาน้อยลง ความผิดพลาดจากการคีย์มือหายไปมากขึ้น และการตัดสินใจเรื่องจัดซื้อหรือโปรโมชั่นทำได้แม่นยำกว่าเดิม เพราะทุกฝ่ายใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน
ขั้นตอน Odoo Implementation เพื่อแก้สต๊อกไม่ตรงอย่างยั่งยืน
การนำ Odoo ERP มาใช้ไม่ใช่แค่ติดตั้ง Software แล้วจบ แต่ต้องออกแบบกระบวนการให้สอดคล้องกับธุรกิจของคุณ ทีม Odoo ของเรามักแนะนำแนวทางดังนี้
1. สำรวจ Pain Point และกระบวนการจริง
เริ่มจากการทำความเข้าใจว่าปัญหาสต๊อกเกิดที่จุดไหน เช่น รับเข้าไม่ครบ หยิบผิด โอนคลังไม่บันทึก หรือขายหลายช่องทางแล้วระบบไม่เชื่อมกัน ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะถ้าไม่เข้าใจหน้างานจริง ระบบที่ออกแบบมาก็อาจไม่ตอบโจทย์
2. ออกแบบ Master Data ให้ถูกตั้งแต่ต้น
ข้อมูลสินค้า หน่วยนับ Barcode Location Lot Serial Number และ Vendor ต้องถูกจัดระเบียบก่อนเริ่มใช้งานจริง Master Data ที่ดีคือรากฐานของระบบ ERP ที่แม่นยำ
3. ตั้งค่า Workflow ใน Odoo Module ที่เกี่ยวข้อง
เลือกใช้ Module ที่เหมาะสม เช่น Inventory, Sales, Purchase, Accounting, Barcode, POS หรือ Manufacturing แล้วกำหนด Flow การทำงานให้ชัดเจน เช่น รับเข้าแบบ 1-step หรือ 2-step, ส่งออกแบบ Pick-Pack-Ship, การอนุมัติปรับสต๊อก หรือการโอนระหว่างคลัง
4. อบรมผู้ใช้งานและกำหนดสิทธิ์
ระบบดีแค่ไหนก็ยังต้องพึ่งพาคนใช้งานที่เข้าใจ ทีมงานควรรู้ว่าต้องสแกนเมื่อไร บันทึกเมื่อไร และผลของการไม่บันทึกคืออะไร นอกจากนี้ควรกำหนดสิทธิ์การใช้งานเพื่อลดความเสี่ยงในการแก้ไขข้อมูลโดยไม่จำเป็น
5. ทำ Go-live พร้อมติดตาม KPI
หลังเริ่มใช้งาน ควรติดตาม KPI เช่น Inventory Accuracy, Stockout Rate, Inventory Turnover, Shrinkage Rate, Order Fulfillment Time และมูลค่าสินค้าคงคลัง เพื่อประเมินว่าระบบช่วยลดเงินรั่วได้จริงหรือไม่
KPI ที่ควรดู ถ้าไม่อยากให้สต๊อกกลายเป็นจุดรั่วของกำไร
เมื่อใช้ระบบ ERP หรือ Odoo แล้ว ธุรกิจควรติดตามตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รอดูเฉพาะรายงานปลายเดือน KPI สำคัญได้แก่
- Inventory Accuracy ความแม่นยำระหว่างยอดในระบบกับของจริง
- Stockout Rate อัตราการขาดสินค้า
- Overstock Value มูลค่าสินค้าที่ถือเกินความจำเป็น
- Inventory Turnover ความเร็วในการหมุนของสินค้า
- Shrinkage Rate อัตราสินค้าหาย เสียหาย หรือคลาดเคลื่อน
- Cycle Count Variance ส่วนต่างที่พบจากการตรวจนับเป็นรอบ
ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริหารไม่ได้มองสต๊อกเป็นแค่จำนวนชิ้น แต่เห็นเป็นมูลค่าเงินสด ต้นทุน และโอกาสในการทำกำไร
สต๊อกตรงขึ้น ธุรกิจก็โตได้มั่นใจกว่าเดิม
สต๊อกไม่ตรงอาจเริ่มจากความคลาดเคลื่อนเล็ก ๆ แต่เมื่อสะสมทุกวัน มันสามารถกลายเป็นเงินจำนวนมากที่หายไปจากธุรกิจ ทั้งในรูปของยอดขายที่เสียไป เงินสดที่ถูกแช่ ต้นทุนคลังที่เพิ่มขึ้น และการตัดสินใจที่ผิดพลาดจากข้อมูลไม่จริง
การใช้ Odoo ERP จึงเป็นมากกว่าการเปลี่ยนโปรแกรม แต่คือการยกระดับวิธีบริหารธุรกิจให้ทุกแผนกทำงานบนข้อมูลเดียวกัน Odoo Inventory ช่วยให้เห็นการเคลื่อนไหวสินค้าแบบ Real-time ส่วน Odoo Module อื่น ๆ เช่น Sales, Purchase, Accounting, Barcode และ Manufacturing ช่วยเชื่อมภาพรวมทั้งองค์กรให้ชัดขึ้น
หากคุณกำลังเจอปัญหาสต๊อกไม่ตรง นับของแล้วไม่จบ ปิดงบแล้วต้องปรับตัวเลขตลอด หรือรู้สึกว่ามีเงินจมอยู่ในคลังมากเกินไป ถึงเวลาแล้วที่ควรพิจารณาระบบ ERP ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ
อยากรู้ว่า Odoo จะช่วยลดสต๊อกไม่ตรงในธุรกิจของคุณได้อย่างไร ติดต่อทีม erphero ของเราเพื่อขอคำปรึกษา หรือขอ Demo ระบบ Odoo ได้เลย ทีม Odoo ของเราพร้อมช่วยวิเคราะห์กระบวนการคลังสินค้าและออกแบบ Odoo Implementation ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
ถ้าคุณอยากบริหารธุรกิจ ต้องเริ่มสร้างระบบ
การที่เจ้าของธุรกิจต้องแก้ปัญหารายวันไม่ใช่เรื่องผิดในช่วงเริ่มต้น แต่ถ้าธุรกิจเติบโตแล้วคุณยังต้องเป็นคนตอบทุกคำถาม อนุมัติทุกขั้นตอน และแก้ทุกปัญหาด้วยตัวเอง นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าธุรกิจต้องการระบบที่แข็งแรงขึ้น
ระบบ ERP โดยเฉพาะ Odoo ERP สามารถช่วยเชื่อมข้อมูล ลดงาน Manual ลดความผิดพลาด และทำให้ทุกแผนกทำงานบนข้อมูลเดียวกันได้ เมื่อองค์กรมีระบบ ผู้บริหารจะมีเวลามากขึ้นในการคิดกลยุทธ์ พัฒนาทีม สร้างโอกาสใหม่ และขยายธุรกิจอย่างมั่นคง
ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่าธุรกิจโตขึ้น แต่ความวุ่นวายก็โตตาม นี่อาจเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มพูดคุยกับทีม erphero เพื่อประเมินว่าระบบ ERP จะช่วยเปลี่ยนการทำงานของคุณจากการ “แก้ปัญหารายวัน” ไปสู่การ “บริหารธุรกิจอย่างเป็นระบบ” ได้อย่างไร
ติดต่อทีม erphero ของเราเพื่อขอคำปรึกษา หรือขอ Demo ระบบ Odoo ERP ที่ออกแบบให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ แล้วคุณอาจพบว่าเวลาของผู้บริหารควรถูกใช้กับการสร้างอนาคตของธุรกิจ ไม่ใช่การดับไฟเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน
และ Odoo ยังมีรายการแอปพลิเคชันที่ครอบคลุมมากกว่า 80 รายการเพื่อจัดการธุรกิจของคุณ หากท่านสนใจระบบ ERP อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้ให้บริการซอฟต์แวร์เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม และทดลองใช้งานระบบจริง
สนใจบริการ ERP Implement & Consulting ติดต่อได้ที่
Email : bds@goconnext.com
Tel. : 088-809-0913
Line OA : @erphero
#SME #erphero #erp #odoo #ระบบERP #CRM #POS #sale #invoicing #โปรแกรมบัญชี #purchase #Inventory #MRP
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง